Ep 20 ผลึกคริสตัล
[จบ] ร้อยเล่ห์พิษ (อ่านฟรี)
[จบ] ร้อยเล่ห์พิษ (อ่านฟรี)

แบบตัวอักษร
ตัวอักษร 1 ตัวอักษร 2
สีพื้นหลัง
Aa Aa Aa Aa
ขนาดตัวอักษร
Aa+ Aa-

Ep 20 ผลึกคริสตัล


เอิ๋นจิวเหวนพูดจบชักดาบขึ้นโจมตีใส่เอิ๋นเยว่เฟิ่งไม่ยั้งมือไม่เว้นแม้กระทั่งลูกน้องที่เขาพามาด้วย จึงทำให้เอิ๋นเยว่เฟิ่งต้องสู้หนึ่งต่อแปดเก้าคนด้วยความเสียเปรียบ

ซุนซีหนิงสู้อยู่กับคู่ต่อสู้อยู่หนึ่งคนทำให้นางไม่อาจสนใจอย่างอื่นได้นอกจากชายชุดดำตรงหน้า นางใช้มืออีกข้างที่ไม่ถือมีดฟาดใส่คอของนักฆ่าของนั้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำจนต้องถอยหลังหลายเก้า

นางมองนักฆ่าที่เป็นคู่ต่อสู้ของนางอย่างเลือดเย็นก่อนจะยกมุมปากขึ้นแววตาเปร่งประกายราวน้ำแข็งที่ต้องแสงทำให้เกิดประกายวิบวับอย่างน่าหลงใหล ทว่าหากมองให้ลึกเข้าไปกลับทำให้คนมองเหมือนตกนรกทั้งเป็น

"เจ้า! เจ้าเอาอะไรแทงข้า!"น้ำเสียงของนักฆ่าคนนั้นถามซุนซีหนิงด้วยความตื่นตกใจ ยกมือขึ้นจับที่ลำคอที่ถูกซุนซีหนิงฟาดใส่อย่างมึนงงก่อนความรู้สึกจะเปลี่ยนเป็นชาทั่วร่างกาย

"ข้าไม่จำเป็นต้องบอก"ซุนซีหนิงมองร่างของชายนักฆ่าที่กำลังซุบตัวลงกับพื้นด้วยความพอใจ พิษของนางยังใช้การได้เหมือนเดิมแต่ว่าอาการชาทั้งตัวพึ่งจะเป็นอาการเริ่มต้น ต้องดูอาการต่อไปต่างหากถึงจะน่าสนุก

"อ๊ากกก!"

นักฆ่าคนนั้นนอนกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นหิมะที่หนาวเหน็บด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลลงหิมะราวกับสายน้ำ เนื้อตัวของชายนักฆ่าเริ่มเน่าลงเรื่อยๆจากเนื้อสีแดงกลายเป็นสีดำ จากกลิ่นเลือดกลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าชวนให้รู้สึกอยากอาเจียน ก่อนจะหยุดลง เนื้อที่เน่าเปื่อยทั่วร่างกายของชายนักฆ่าค่อยๆเริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นสีม่วงอย่างน่ากลัว ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองมาอย่างซุนซีหนิงด้วยความหวาดกลัวเต็มแววตาทั้งสองข้างก่อนลมหายใจของเขาจะขาดหายไป ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไม่ปิดลงแต่กลับมองซุนซีหนิงด้วยความกลัวและหวาดผวา

"กฎของนักฆ่าคือ อย่าได้เสียสมาธิระหว่างต่อสู้เด็ดขาดไม่เช่นนั้นคนที่จะตายก็คือคนตนเอง"ซุนซีหนิงดูด้วยความเย้ยหยัน แล้วหันกลับมามองอีกคนก็ต้องตกตะลึง

ชุดอาภรณ์สีขาวที่เอิ๋นเยว่เฟิ่งส่วมใส่อยู่อาบไปด้วยเลือดสีแดงสด ชุดฉีดขาดจนเห็นบาดแผลที่เป็นรอยยาวอย่างน่ากลัว 

ปากสีชมพูของซุนซีหนิงสั่นคลอนอย่างควบคุมไม่อยู่แววตาของนางเต็มด้วยอาการหวาดกลัว ร่างกายที่บอบบางของนางเกิดอาการชาทั่วร่าง 

"เอิ๋นเยว่เฟิ่งวันนี้คือวันที่ข้ารอมานานกว่าสิบปี รอวันที่เจ้าต้องตายด้วยน้ำมือของข้าจิวเหวน สิบปีที่แล้วครอบครัวของเจ้าทำร้ายพ่อข้าอย่างน่าอนาไร้มนุษย์ วันนี้ข้าจิวเหวนจะต้องฆ่าเจ้าให้ตายให้จงได้"นัยตาทั้งสองข้างของเอิ๋นจิวเหวนเต็มด้วยความแค้น ก่อนจะหัวเราะออกมาราวคนบ้า ก่อนเสียงจะดังขึ้นอีกเป็นสองเท่า"เจ้าอย่าห่วงไปเลย ก่อนมาหาเจ้าข้าได้แวะไปล้างตระกูลของเจ้าจนเกลี้ยงแล้วล่ะ เมื่อเจ้าตายไปก็จะได้พบกับพวกมันในนรก "

เอิ๋นเยว่เฟิ่งโกรธจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำนัยตาลุกโชนด้วยไฟที่พร้อมจะแผดเผาให้คนตรงหน้าให้มอดไหม้ สลายจนไม่มีแม้แต่ฝุ่นขี้เถ้า 

ฟ้าที่เต็มด้วยแวววาวจากแสงจันทร์และแสงดาวเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มจนหน้าหวั่น สายฟ้าแลบเป็นเส้นเล็กราวกับรากฝอยของสิ่งมีชีวิตก่อนจะผ่าลงมาในหุบเขาไร้ชีวาราวกับจงใจ

บุคคลที่อยู่รอบตัวของเอิ๋นเยว่เฟิ่งถูกกระแสฟ้าผ่าทำให้ร่างลอยล่องกระจายไปทั่วพื้นหิมะไม่เว้นแม้กระทั่งซุนซีหนิง นางกระอักเลือดออกมาจนใบหน้าซีกขวาของนางยิ่งซีดขาวลงไปอีก 

ซุนซีหนิงเงยหน้าขึ้นมองชายที่ทุกฟ้าผ่าด้วยความเจ็บปวด พลางคิดไปต่างๆนาๆว่าเอิ๋นเยว่เฟิ่งได้จากนางไปแล้วหรือไม่ต้องได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสแน่ หัวใจของนางบีบรัดจนหายใจไม่ออก แววตาเริ่มพร่ามัว เห็นเพียงร่างกายของเอิ๋นเยว่เฟิ่งที่กำลังประกายด้วยแสงสีฟ้าเท่านั้นก่อนภาพทุกอย่างจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นมืดลงไป

สายฟ้าสีขาวผสมผสานเข้ากับสีฟ้าที่เปล่งประกายรอบตัวของเอิ๋นเยว่เฟิ่งทำให้ดูงดงามและน่ากลัว เอิ๋นจิวเหวนมองคนที่เขาคิดจะฆ่าที่กำลังคลุ้มคลั่งพร้อมจะทำลายทุกอย่างให้จมดินด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของเอิ๋นเยว่เฟิ่งมาก่อน แววตาของเอิ๋นเยว่เฟิ่งที่เต็มด้วยความเจ็บปวดและเกลียดชัง แค้นเคือง สลับจนจับไม่อยู่ มีใหญ่จับกระบี่มังกรไว้แน่นก้าวเดินที่ละก้าวๆเข้ามาหาเอิ๋นจิวเหวนราวกับปีศาจ

ด้วยความตกใจทำให้เอิ๋นจิวเหวนลืมถอยหนีร่างกายแนบนิ่งกับที่ไม่ขยับจ้องคนที่เหมือนปีศาจอย่างเอิ๋นเยว่เฟิ่งอย่างไม่ละสายตาเนื้อตัวสั่นเทิ้มใบหน้าไร้สีเลือดแลดูน่าสงสาร แต่สำหรับคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างเอิ๋นจิวเหวนนั้นดูแล้วกับน่าสมเพช

เมื่อเท้ายาวของเอิ๋นเยว่เฟิ่งยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าของเอิ๋นจิวเหวนไม่รอให้คนตรงหน้าได้สติกระบี่มังกรในมือของเขาก็ได้ทำหน้าที่รำกระบี่ใส่คอของเอิ๋นจิวเหวนไปที่เรียบร้อยแล้ว หัวของเอิ๋นจิวเหวนกลิ้งมาอยู่ตรงหน้าของเอิ๋นเยว่เฟิ่งแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของเอิ๋นเยว่เฟิ่งเพียงปรายตามองเพียงนิดเดียวเท่านั้น ก่อนร่างกำยำของเขาจะเดินผ่านรักฆ่าที่เข้าโจมตีเขาเมื่อครู่มาอย่างซุนซีหนิงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นหิมะที่หนาวเหน็บ แล้วใช้มือใหญ่อุ้มร่างของนางขึ้นมาบนอกแกร่งของเขาแล้วเดินจากไป

ก่อนที่เขาจะเดินจากไปนั้นไม่ลืมที่จะทำให้นักฆ่าเหล่านั้นนอนจมกองเลือด ทำให้พื้นหิมะที่ขาวสะอาดกลายเป็นแอ่งเลือดไปไหนที่สุด

เอิ๋นเยว่เฟิ่งมุ่งตรงมาอย่างที่ที่ทิ่นหลงกำลังต่อสู้อยู่ทว่าเมื่อมาถึง ภาพที่ปรากฏในสายตาของเขากับเป็นร่างที่เต็มด้วยบาดแผลจะการถูกเชือกสายฟ้ากัดกิน ดายในมือของเอิ๋นเยว่เฟิ่งรู้หน้าที่ของมันเป็นอย่างดีบินล่องแทงทะลุร่างของหัวหน้านักฆ่าของนั้นไม่วายบินขึ้นเหนือฟ้าทำให้ร่างกายของหัวหน้านักฆ่าของนั้นแบ่งเป็นสองซี่ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ตามไปแล้วรอยยิ้มมีความสุขยังไม่จางหายจากใบหน้า จ้องร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นตรงข้ามของเขาอย่างมีความสุข

ทิ่นหลงเงยหน้าขึ้นมองเอิ๋นเยว่เฟิ่งด้วยความเจ็บปวด ไม่ใช่เจ็บปวดจากบาดแผลทว่ากลับเจ็บปวดทางใจที่ไม่อาจไปห้ามไม่ให้เอิ๋นเยว่เฟิ่งใช้พลังเทพได้ก่อนจะหมดสติไป

….

ซุนซีหนิงลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่านางนอนอยู่บนเตียงที่อบอุ่น ก่อนจะพยุงร่างกายที่หนักอึ้งของนางขึ้นนั่ง สมองว่างเปล่าจนมึนหัว ก่อนภาพเหตุการณ์ในหุบเขาไร้ชีวาจะปรากฏในหัว

"เยว่เฟิ่ง"เมื่อคิดถึงร่างที่ถูกฟ้าผ่าเมื่อคืนซุนซีหนิงถึงกับสะดุ้ง รีบสวมใส่รองเท้าก่อนจะออกจากห้องไป

ภาพตรงหน้าเป็นบ้านไม้แต่ทว่ากลับไม่ได้อยู่ในหุบเขาไร้ชีวากับอยู่ในป่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นชั้นบนเป็นที่นอนชั้นล่างเป็นที่สำหรับพักผ่อน กลางรางบ้านร่างสองร่างที่กำลังทำการถ่ายถอดลมปราณให้แก่กัน 

ทิ่นหลงนั่งขัดสมาธิถ่ายถอดลมปราณในร่างกายเข้าสู่ร่างกายของเอิ๋นเยว่เฟิ่งเพื่อรักษาจิตวิญญาณที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายในสุดความสามารถ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาเพราะเขาทำเช่นนี้ได้เกือบจะสามชั่วยามเข้าแล้วแต่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนกำลังหมดจึงกระอักเลือดอย่างที่เห็น

ซุนซีหนิงยื่นมือจับเข้าที่ชีพจรของทิ่นหลงคิ้วเรียวของนางขมวดเข้าหากันก่อนจะ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าซีดขาวของเจ้าของมือด้วยความไม่สู้ดี 

"ชีพจรเต้นอ่อนแรงหากยังฝืนถ่ายลมปราณมากกว่านี้อีก ไม่ใช่เพียงเยว่เฟิ่งที่จะตายเจ้าก็จะตายไปด้วย"ซุนซีหนิงพูดเสียงเรียบ ถึงนางจะชำนาญเรื่องพิษแต่ก็รู้เรื่องรักษาอยู่คราวๆ หรือเรียกอีกอย่างคือ รู้ด้านพิษก็ต้องรู้จุดตายจุดรอดเหมือนกันไม่เช่นนั้นถึงจะรู้ทักษะด้านการปรุงพิษแต่ไม่รู้จุดตายจุดรอดของคนที่ตัวเองต้องการฆ่าก็ไม่มีประโยชน์

"ปล่อย หากข้ารักษาเขาไม่ได้ไม่มีประโยชน์ที่จะมีชีวิตอยู่!"ทิ่นหลงสะบัดมือของซุนซีหนิงออกแล้วถ่ายถอดลมปราณต่อ

ซุนซีหนิงทำอะไรไม่ได้นอกจากมองอยู่เงียบๆแต่ภายในใจกลับกะวนกะวายผิดกับใบหน้าที่นิ่งสงบของนาง

ทิ่นหลงกระอักเลือดออกมาอีกครั้งครั้งนี้เลือดที่พุ่งออกจากปากเยอะกว่าครั้งแรกมากทำให้ร่างของเขานอนนิ่งบนพื้น แววตาเหม่อลอยสองมือกำเข้าหากันแน่น

"ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ"ซุนซีหนิงถามอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ

"ถึงจะมีแต่ก็เปล่าประโยชน์"

"วีธีไหนงั้นหรือ"ซุนซีหนิงปรายหางตามองคนที่นอนบนพื้น หากมีวีธีไม่ว่าจะอยู่ไกลเพียงใดข้าก็จะต้องเอามาให้จงได้

"ผลึกคริสตัล"

"อะไรนะ"ซุนซีหนิงที่มองเพียงหางตาก้มหน้ามองคนพูดอย่างตกตะลึง

"หึ! ผลึกคริสตัลข้ากับเยว่เฟิ่งตามหาเกือบสิบปีทว่าที่ได้มามีเพียงมือเปล่า ไม่ใช่วีธีที่ข้าใช้นี้เขาต้องตะ…"

"ข้ามี!"ซุนซีหนิงพูดอย่างตื่นเต้น แววตาที่นิ่งสงบเรืองแสง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มดีใจ

"จะ..เจ้า..เจ้ามี...งั้นเหรอ"ทิ่นหลงลุกพลุ่งพล่านขึ้นอย่างตกใจ เอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก

"อื้ม ที่ข้ามีอยู่หนึ่งอัน"'ยังดีที่ตอนมาที่นี่ผลึกคริสตัลที่ชายคนนั้นต้องการก็ตามข้ามาด้วยและไม่คิดว่าของที่อยู่ในมือของภพก่อนจะมีประโยชน์กับ สถานะการณ์ความเป็นความตายครั้งนี้'

"ละ..แล้วอยู่ไหนเหรอ เจ้าเอามาด้วยหรือไม่"ทิ่นหลงถามด้วยความตื่นเต้น จากที่หมดหวังไปแล้วเหมือนถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อย่างไรอย่างนั้น

"อืม."ซุนซีหนิงวิ่งขึ้นชั้นสองก่อนจะลงมาพร้อมกับผลึกคริสตัลที่ทิ่นหลงต้องการไม่รอช้ารีบส่งให้ทิ่นหลงทันที

"ขอบคุณ"ทิ่นหลงกล่าวขอบคุณซุนซีหนิงด้วยใจจริงหนึ่งครั้งแล้วนั่งลงตรงหน้าของเอิ๋นเยว่เฟิ่ง

ทำจิตใจให้สงบเริ่มใช้กำลังภายในดึงรากฐานสำคัญของผลึกคริสตัลออกมาทำให้รอบตัวของทิ่นหลงและเอิ๋นเยว่เฟิ่งเต็มด้วยประกายสีขาวงดงามราวกับดวงดาวที่กำลังฉายแสงยามกลางวัน



0 ความคิดเห็น

Enjoybook
ที่อยู่ : 4/12 ม.5 ซ.ไสวประชาราษฏร์25 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12150
เวลาทำการ : 09.00-18.00 น. จันทร์-ศุกร์