1.เข้าเมืองหลวง
สตรีเช่นข้ามาพร้อมระบบนายหญิงของหอนางโลม
สตรีเช่นข้ามาพร้อมระบบนายหญิงของหอนางโลม

แบบตัวอักษร
ตัวอักษร 1 ตัวอักษร 2
สีพื้นหลัง
Aa Aa Aa Aa
ขนาดตัวอักษร
Aa+ Aa-

1.เข้าเมืองหลวง


1.เข้าเมืองหลวง

นี่ใช่หรือไม่ ที่เขาเรียกว่าโชคชะตามักชอบเล่นตลกกับคนธรรมดาเช่นนาง

จากเดิมที่นางเป็นเพียงแค่บิวตี้บล็อกเกอร์หากินไปวันๆ ดังบางไม่ดังบ้างขึ้นอยู่กับผู้คนว่ารู้จักนางดีมากแค่ไหน วัยสาวที่ต้องมาหาเงินไปด้วยเรียนไปด้วยญาติรอบข้างตายหมด (แค่พ่อแม่) เมื่อโชคชะตาเริ่มเดินหน้าที่เราก็คือการเดินตามโชคชะตา 

แต่ใครจะคิดเล่าว่าโชคชะตามักเล่นตลกกับเราเสมอ

และหนึ่งในนั้นคือหลางเหยาซูลูกสาวตระกูลขุนนางที่โชคชะตาช่างกลั่นแกล้งอะไรเช่นนี่

 มารดาสิ้นใจตาย บิดาถูกฆ่า พี่ชายแต่ละคนก็ไม่รอด จากแต่เดิมที่เหลือกันสองพี่น้องมาครั้งนี้กลับเหลือเพียงนางแค่คนเดียวที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ คงมีเพียงน้องสะใภ้กับญาติผู้พี่ที่มารดานางเมื่อรู้ว่ามีภัยก็หนีหายไปพร้อมสมบัติปล่อยทิ้งสามีที่พิการทางขาให้สิ้นใจตายพร้อมคนในตระกูล          

เพราะอำนาจและสงคราม 

ช่างโลภมากเสียจริง

 ถึงนางจะชอบดูซีรีย์จีนอยู่บ่อยครั้ง ใครจะคิดว่าในหนังกับชีวิตจริงมันจะไม่ต่างกันสักนิด

จากลูกคุณหนูตระกูลขุนนางต้องตายจากไปอย่างน่าสงสาร และนั่นทำให้นางเข้ามาอยู่ในร่างที่ดวงวิญญาณเจ้าของร่างดับไปแล้ว จากบิวตี้สาวต้องมาอยู่ในร่างของสตรีน่าสงสารที่สภาพไม่ต่างจากขอทาน เค้าโครงดูไม่ออกว่าเคยเป็นคุณหนูผู้มั่งมีมาก่อนเสื้อผ้าเต็มไปด้วยเศษดินและทรายผมแทบไม่เป็นทรง

ถ้าในละครนางเอกคงหลุดเข้ามาในร่างของอีกคนตอนเขาตายหรือเจ็บช้ำอะไรบางอย่าง แต่สำหรับนางมันไม่ใช่เลย เพราะนางเข้ามาในร่างของหลงเหยาซูตอนนางกำลังจะถูกข่มขืน

ใช่ 

ข่มขืน! น่าตกใจไหมล่ะ

แถมยังไม่ได้มาแค่วิญญาณด้วยนะ แต่ติดมาหมดทุกส่วนเลยคงมีเพียงแค่หน้าตาเท่านั้นที่ไม่เหมือนกัน แม้จะมีบางส่วนที่คล้ายกันก็ตาม 

สตรีนางอื่นในโลกนี้คงนิยมมีผมสีดำสนิท ผิวขาว ผิวพรรณไร้ซึ่งร่องรอยของแผลเป็น แต่สำหรับนางที่มาจากโลกอื่นกลับไม่เป็นเช่นนั้น

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

ก็เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่นางเคยทำมาดันติดมาด้วยนะสิ

ผมสีม่วงหม่นที่ผู้ใดเห็นก็คงจะต้องตกใจและถ่อยห่างเพราะคิดว่าเป็นปีศาจ รอยสักที่อุสาทนเจ็บมานานเพื่อให้ผิวสวยๆ มีตราประทับเพื่อระลึกเป็นความทรงจำทั้งบริเวณต้นคอและมือเรียวสวยก็ติดมาด้วย

 สงสัยฟ้าคงเป็นใจและประทานพรมาเพราะเห็นใจนางเป็นแน่

แสงสว่างจากแดดที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์กำลังแผ่ขยายเพื่อบอกให้รู้ถึงอำนาจที่มันมีมาพร้อมกับเสียงของรถม้าที่ดังเป็นระยะจากการที่ล้อไม้สะดุดกับก้อนดินตามทาง รอบด้านเป็นกล่องสินค้นมากมายมีพื้นที่ให้สตรีร่างบางสวมผ้าคลุมจนมิดเพียงน้อยนิด ถ้าพ่อค้าเจ้าของรถม้าไม่สงสารและเห็นใจนางแล้วล่ะก็เหยาซูผู้นี้คงต้องใช้เท้าเดินจากชายแดนมาถึงเมืองหลวงอย่างแน่นอน

เอาเข้าจริง นางเองก็ยังคิดว่าพ่อค้าผู้นี้ช่วยเหลือนางเพราะหวังผล

ก็ใครล่ะจะมีผมสีม่วงหม่นที่โดดเด่นเป็นสง่าที่ใต้หล่านี้คงไม่มีใครเด่นเท่านางอีกแล้ว เทพเซียนช่างเป็นใจเสียจริง (-_-!)

เป็นคนอื่นคงตะโกนว่านางต้องเป็นปีศาจแน่นอน ถ้าเธอไม่ใช้มุกเดิมๆ แบบที้เห็นได้ทั่วไปคืออ้างไปว่ามีเทพเซียนมาช่วยนางทำให้สีผมของนางเป็นเช่นนี้

แบบนี้ถือว่าโกหกขาว ไม่บาป

หลางเหยาซูมีพี่น้องทั้งหมด 5 คนรวมตนด้วย ทุกคนล้วนแต่เป็นบุรุษทั้งสิ้นมีเพียงนางกับญาติผู้พี่ลูกสาวของน้าสะใภ้จากตระกูลจู้ที่หนีหายไปเท่านั้นที่เป็นสตรีชื่อหลางซิน พี่ชายที่อยู่กับนางนานที่สุดคือพี่สี่ชื่อหลางฉี่ ที่สุดท้ายก็ตายจากไปโดยไม่รู้เลยว่าน้องสาวที่ตนดูแลมาตลอดตายจากไปนานแล้ว

ผลสุดท้ายนางก็เหลือแค่ตนเอง

แบบนี้สินะที่เขาเรียกกันว่าบทบาทนางเอก ครอบครัวตายยกตระกูล ทะลุมิติมาก็ดันมาแบบแปลกประหลาด ถ้าเป็นไปได้นางแทบอยากจะตะโกนด่าฟ้าด่าดินและเทพเซียนทุกองค์ที่ตนไม่รู้จักแต่ทำไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะมีความซวยเพิ่มขึ้นอีก

ถึงกระนั้นเหล่าพระเจ้าและเทพเซียนก็ยังพอให้อภัยได้เพราะนางไม่ได้มาตัวเปล่า

แต่นางมีระบบ!!!

ช่าย...

ถ้าเรื่องนี้เป็นนิยายนางเองคงมีมิติเป็นของตัวเอง ออกไปอยู่บ้านนอกหรือเมืองที่สงบๆ เพื่อปลูกผักและใช้ชีวิตหลังจากที่ครอบครัวตายยกครัวจากนั้นจะค่อยๆ มีเงินมีทองขึ้นมา แต่กับนางมันต่างออกไปเพราะนางไม่ได้มีระบบปลูกผัก ทำสวน มองเห็นผีแล้วให้พวกนั้นช่วยเหลือได้

เพราะอะไรนะเหรอ!

เพราะนางมีระบบนางโลมยังไงล่ะ

ใช่! นางโลมฟังไม่ผิด 

นางโลม!!!

อันที่จริงจะเรียกว่าหลางเหยาซูเป็นเหมือนนางเอกในนิยายก็ไม่เชิง ถ้าให้เปรียบก็คงต้องเปรียบเสมือนนางร้ายในตอนท้ายๆ ของเรื่องราวที่ทุกคนมีความสุขแต่นางร้ายจะทุกข์ทรมานในตอนจบถึงจะถูก 

เป็นธรรมดาที่บุตรสาวเพียงคนเดียวของบ้านที่เกิดจากฮูหยินจะถูกตามใจ แม้บิดามารดาและพี่ๆ ทั้งหลายจะมีความสามารถนิสัยดีจนทุกคนแปลกใจว่าเหยาซูผู้นี้ช่างเหมือนนรกส่งมาเกิด รักเงินทองและเครื่องประดับเป็นที่สุด เสื้อผ้าและชุดมากมายล้วนแล้วแต่ต้องเป็นของที่ดีที่สุด แม้แต่เครื่องประทินโฉมยังราคาแพง ถ้าใครทำให้ไม่พอใจก็จะอารมณ์เสียและโวยวาย เป็นคนที่ไม่ค่อยเก็บอาการเท่าไรนักแม้จะมีคู่หมั้นที่บิดาและเพื่อนของบิดาตกลงกันเอาไว้ก็ตาม แต่หลังจากที่รู้ว่าภัยจะมาถึงตัวทุกคนกลับหายหน้าหายตาไปหมดจากที่หลางเหยาซูจะได้แต่งงานเข้าตระกูลฮานมาบัดนี้ตระกูลฮานกลับให้ลูกชายเพียงคนเดียวของตนหมั่นหมายกับตระกูลซู ทำราวกับว่าพวกตนไม่เคยกล่าวสัญญาณหมั่นหมายกันมาก่อน

 ช่างน่าสลดใจเสียจริง

แม้นางจะจำไม่ได้ว่าเจ้าของร่างและตระกูลหลางทำให้ถึงตายหมดตระกูลก็เถอะ เท่าที่จำได้ในความทรงจำของเหยาซูคือบิดาของนางเรียกได้ว่าเป็นขุนนางที่มีบทบาทให้ราชสำนักเลยก็ว่าได้ เพราะต้องการอำนาจและครองแผ่นดินจึงเกิดสงครามขึ้น 4 ปีก่อน เหยาซูอายุเพียงแค่ 14 เท่านั้นต้องหนีจากเมืองหลวงและบ้านเรือนอันงดงามแฝงไปกับขบวนของชาวบ้านพร้อมพี่ชายอีก 3 คนที่รอดชีวิตอยู่พี่ชายใหญ่ตายพร้อมกับบิดา พี่ชายสองศึกษาอยู่ที่สำนักก็ถูกลอบทำร้ายหลังจากนั้นได้ไม่นานเพียงครึ่งปี เหลือไว้เพียงพี่ชายอีกสองคนพี่สามอยู่กองทัพรวมรบอยู่ทางใต้ ส่วนนางกับพี่สี่อยู่ชายแดน

ตายสิ้นหมดตระกูลเพียงเพราะตราสัญลักษณ์ที่ท่านพ่อถูกไว้ใจจากฮ่องเต้คนก่อนให้นำมามอบให้กับรัชทายาทผลสุดท้ายรัชทายาทก็ตายจากภัยสงคราม ผลสุดท้ายฮ่องเต้องค์ใหม่ซึ่งคือลูกที่แทบไม่มีบทบาทอะไรเลยที่รอดชีวิตมาได้เพียงผู้เดียวและแรงสนับสนุนจากตระกูลขุนนางอื่นๆ ทำให้ชนะสงครามมาได้

หลังจากอยู่ชายแดนมาสักพักสงครามก็เดินทางเข้ามาสู่ชายแดนทางตะวันออกจนได้ในที่สุดจากการที่มีคนรู้จักของบิดาคอยช่วยเหลือให้ที่หลบภัยตายจากการบุกโจมตีจนทำให้คนที่เจ้าของร่างตายสิ้นแม้แต่พี่สี่ที่ช่วยให้นางหนีรอดออกมาจากที่นั้นแล้วตนสัญญาณว่าจะอยู่ช่วยคนที่ชายแดนแล้วให้น้องสาวเพียงคนเดียวหนีไปพร้อมชาวบ้าน ใครเล่าจะคิดว่าตั้งแต่วันนั้นเหยาซูแทบไม่ต่างอะไรจากขอทานเลยสักนิดในที่สุดก็ตายจากไป

ผลสุดท้ายนางที่มาจากโลกอื่นก็เข้ามาสวมร่างของเหยาซูพยายามอยู่นานเพื่อกลับไปยังชายแดน หวังเพียงให้ครอบครัวของเจ้าของร่างยังคงมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อกลับไปครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็จากไปเพราะอาการป่วยพร้อมร่างกายที่พิการ

แต่อย่างน้องพี่สี่คนนี้ก็ตายไปแบบสบายๆ เพราะรู้ว่าน้องสาวที่ตนช่วยเอาไว้ยังคงมีชีวิตรอดแม้จะเหลือเพียงร่างก็ตามที

จากตอนแรกที่อยู่คนเดียวพอมาอยู่ในร่างนี้ก็ตัวคนเดียวอีก

โชคชะตาช่างน่ากลัวเสียจริง

ไม่นานเสียงเสียงล้อก็ค่อยๆ จางหายไปในขณะที่รถม้าเริ่มจะช้าลงจนกลายเป็นนิ่งสนิทอยู่กับที่เป็นสัญญาณว่ารถม้าคันนี้มาถึงหน้าประตูเมืองหลวงเป็นทีเรียบร้อยแล้ว สตรีในรถม้าค่อยๆ เปิดผ้าบริเวณหน้าต่างออกไปดูโลกภายนอกว่าเมืองหลวงเป็นเช่นไร จะเหมือนในหนังหรือไม่ทำให้แสงแดดและลมจากด้านนอกเข้าปะทะจนผ้าบางที่ปิดบังแสงแดดจากด้านนอกจากที่เปิดเพียงนิดต้องปลิวไปตามแรงลม นั่นยิ่งเพิ่มความกว้างของหน้าต่างให้อ้าออกมาชัดขึ้นจนมองเห็นใบหน้าของสตรีในรถม้าได้อย่างชัดเจน

เหมือนกับในซีรีย์จีนที่เคยดูเลยแหะ

 

 


0 ความคิดเห็น

Enjoybook
ที่อยู่ : 4/12 ม.5 ซ.ไสวประชาราษฏร์25 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12150
เวลาทำการ : 09.00-18.00 น. จันทร์-ศุกร์